กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  50 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร? นายจ้างและลูกจ้างต้องรู้!


กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?

      กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) คือกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันและสวัสดิการพนักงานอีกหนึ่งรูปแบบ กรณีที่ต้องออกจากงานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลาออก, การถูกเลิกจ้าง หรือการเกษียณอายุ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้ ถือเป็นหนึ่งในกลไกด้านหลักประกันทางการเงินที่ภาครัฐกำหนดให้นายจ้างต้องจัดหาให้ลูกจ้าง 

      กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ระบุไว้ว่าจะต้องให้ลูกจ้างส่งเงินสะสมเข้ากองทุนเป็นจำนวน 0.25% ของค่าจ้างรวมกับเงินสมทบจากฝั่งนายจ้างอีก 0.25% รวมเป็น 0.50% ต่อเดือน โดยกำหนดเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป



กิจการไหนบ้างที่ต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ?

      กิจการหรือบริษัทที่เข้าข่ายต้องจัดตั้งและนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามที่กฎหมายกำหนด มีเงื่อนไขดังนี้

  • เป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
  • สถานประกอบการนั้นไม่ได้จัดให้มี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund)
  • กรณีที่บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว แต่มีพนักงานบางส่วนที่ไม่ได้เข้าร่วม (เช่น พนักงานที่ยังไม่ผ่านการทดลองงาน หรือพนักงานที่เลือกจะไม่เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเอง) นายจ้างมีหน้าที่ต้องให้พนักงานกลุ่มนั้นเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน


กิจการไหนบ้างที่ไม่ต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ?

      สำหรับสถานประกอบการที่ไม่เข้าข่ายบังคับให้ต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้แก่

  • กิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน
  • กิจการที่นายจ้างได้จัดให้ลูกจ้างทุกคนเป็นสมาชิกของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยู่ก่อนแล้ว
  • กิจการบางประเภทที่ได้รับการยกเว้น เช่น ลูกจ้างในมูลนิธิ สมาคม งานบ้าน, งานที่ไม่แสวงหาผลกำไร หรือโรงเรียนเอกชน (เฉพาะส่วนของผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา)
  • บริษัทที่นายจ้างมีการจัดให้มีการสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงกำหนด

      อย่างไรก็ตามกิจการเหล่านี้สามารถยื่นความประสงค์เพื่อเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยความสมัครใจได้ โดยการให้นายจ้างยื่นแบบ สกล.3/1 หรือแบบฟอร์มแสดงรายชื่อลูกจ้าง สำหรับกิจการที่ลูกจ้างไม่ได้อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ก็สามารถเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้เช่นกัน



ลูกจ้างจะได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตอนไหน?

      ตามกฎแล้วกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะจ่ายเงินคืนให้ลูกจ้างเมื่อ 'ความเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงในทุกกรณี' โดยลูกจ้างจะได้รับ "เงินสะสม" (ส่วนของตนเอง) และ "เงินสมทบ" (ส่วนของนายจ้าง) ทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมกรณีต่าง ๆ ดังนี้

  • กรณีลูกจ้างลาออก
  • กรณีลูกจ้างถูกเลิกจ้างในทุกกรณีเช่น ถูกไล่ออกจากงาน, สิ้นสุดสัญญาจ้างตามวาระ ฯลฯ
  • กรณีลูกจ้างเกษียณอายุ
  • กรณีลูกจ้างเสียชีวิต (เงินที่ส่งเข้ากองทุนทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้)


นายจ้างต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

  1. ขึ้นทะเบียน : ยื่นแบบฟอร์มเพื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยแบบฟอร์มที่ใช้ได้แก่ สกล.3, สกล.3/1,สกล.3/2 และ สกล.4 
  2. หักเงินสะสม : เริ่มหักเงินเดือนของลูกจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (0.25%)
  3. จ่ายเงินสมทบ : เตรียมงบประมาณสำหรับจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างในอัตราที่เท่ากัน (0.25%)
  4. นำส่งเงิน : นำส่งเงินสะสมและเงินสมทบ พร้อมยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้าง (สกล.3) ไปยังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประจำจังหวัด ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน
  5. แจ้งลูกจ้าง : แจ้งรายละเอียดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่น บัญชีธนาคาร ฯลฯ ให้ลูกจ้างทราบภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วันหลังจากเริ่มนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง



หลักเกณฑ์การนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง?

      หลักเกณฑ์การนำส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อให้ธุรกิจได้ค่อย ๆ เริ่มปรับตัว ดังนี้

  • ระยะที่ 1 เริ่มต้นช่วงเดือนตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2574 ในแต่ละเดือนลูกจ้างจะต้องจ่าย "เงินสะสม" 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่าย "เงินสมทบ" 0.25% ของค่าจ้าง
  • ระยะที่ 2 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป อัตราจะปรับขึ้นเป็นในแต่ละเดือน ลูกจ้างจะต้องจ่าย "เงินสะสม" 0.50% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่าย "เงินสมทบ" 0.50% ของค่าจ้าง

      โดยนายจ้างมีหน้าที่หักเงินและนำส่งเงินที่หักไว้ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และต้องทำการแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงข้อมูลของบัญชีธนาคาร ภายใน 7 วันนับตั้งแต่ที่มีการหักเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างครั้งแรก







ที่มา : https://flowaccount.com/blog/employee-welfare-fund/







----------------------------

ติดต่อสอบถาม:

  บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด  Nakhon Accounting Support  โทร 063-9782261
  บริษัท อุดร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท  จำกัด  Udon Accounting Support  โทร 082-6962896
  บริษัท บึงกาฬ แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด  Bueng Kan Accounting Support  โทร 094-1067829

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้