ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับอัปเดต 2569

Last updated: 27 ม.ค. 2569  |  409 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับอัปเดต 2569

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับอัปเดต 2569



     ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า ภาษีที่ดิน เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปี ตามมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้าน อาคาร ที่ครอบครอง โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดเก็บ เริ่มใช้บังคับตั้งแต่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยการคำนวณภาษีที่ดินมีสูตรคำนวณ ดังนี้


  “มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย”  



ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดียังไง?

     การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีจุดประสงค์หลัก คือ การกระตุ้นให้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพราะหากมีที่ดินไว้เฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไร ก็จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของจ่ายภาษีในอัตราที่สูงขึ้นทุก 3 ปี จึงทำให้เจ้าของที่ดินบางคนปล่อยให้เช่าที่ดินแทน เช่น การปล่อยเช่าระยะยาว

     นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีที่ดินยังช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่นได้ในหลาย ๆ ด้าน อาทิ การพัฒนาถนน ไฟส่องสว่าง บริการสาธารณะต่าง ๆ ในชุมชน และที่ขาดไม่ได้คือ การเก็บภาษีที่ดินยังช่วยสร้างความเป็นธรรมด้านภาระทางภาษีได้ด้วย เพราะภาษีที่ดินจัดเก็บตามอัตราก้าวหน้าของราคาประเมิน



ใครต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง?

     พรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กำหนดไว้ว่า ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ดิน คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือครองโฉนดที่ดิน หรือใบครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงผู้ที่ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของรัฐด้วย เช่น ใช้ทรัพย์สินของรัฐเพี่อหากำไร ก็ต้องเป็นผู้ชำระภาษีที่ดินแทนรัฐ เป็นต้น


อัตราการจัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2569

     แบ่งตามประเภทการใช้งานที่ดินได้ 4 รูปแบบ ดังนี้

1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

     ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย คือ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย โดยจะต้องมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ และทะเบียนบ้าน โดยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับการอยู่อาศัยมีเกณฑ์การเสียภาษีแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

  • กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
  • กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
  • กรณีที่บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป



2. ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

     ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และก่อให้เกิดรายได้ตามมา เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า ภัตตาคาร และสถานที่พักแรม ซึ่งจะต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราต่อไปนี้



3. ที่ดินเพื่อการเกษตร

     การใช้ประโยชน์ของที่ดินสำหรับเกษตรกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำสวน ทำนา การเลี้ยงปศุสัตว์ หรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงการทำสวนป่า นาเกลือ และการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม หากเป็นบริษัทจะต้องขึ้นทะเบียนการทำเกษตรกรรม และถ้าเป็นส่วนบุคคลธรรมดาจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้วย โดยทั้งสองแบบจะมีอัตราเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแตกต่างกัน ดังนี้



4 ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

     สำหรับที่ดินรกร้างหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ หรือที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ปล่อยว่างตลอดทั้งปี จะมีอัตราภาษีที่ค่อนข้างสูง เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งหากปล่อยให้รกร้างต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี อัตราภาษีที่ดินจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในทุก 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3%



     อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือขยายเวลาการเก็บภาษีที่ดินออกไปอีก 2 เดือนเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

     1. ขยายกำหนดเวลาจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกาศและจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบ จากเดิมเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นเดือนมกราคม 2569

     2. ขยายกำหนดเวลาการประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บ และรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษี จากเดิมก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นก่อนวันที่ 1 เมษายน 2569

     3. ขยายกำหนดเวลาส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี จากเดิมเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นเดือนเมษายน 2569

     4. ขยายกำหนดเวลาการชำระภาษี จากเดิมเดือนเมษายน 2569 เป็นเดือนมิถุนายน 2569

     5. ขยายกำหนดเวลาการผ่อนชำระภาษี  3 งวด

           งวดที่ 1 จากเดิมเดือนเมษายน 2569 เป็นเดือนมิถุนายน 2569

           งวดที่ 2 จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนกรกฎาคม 2569

           งวดที่ 3 จากเดิมเดือนมิถุนายน 2569 เป็นเดือนสิงหาคม 2569

     6. ขยายกำหนดเวลามีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างชำระ จากเดิมเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นเดือนกรกฎาคม 2569

     7. ขยายกำหนดเวลาการแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดิน จากเดิมเดือนมิถุนายน 2569 เป็นเดือนสิงหาคม 2569


หากจ่ายภาษีล่าช้า จะมีอัตราค่าปรับ ดังนี้

  • ไม่จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนด แต่ชําระก่อนจะได้รับหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 10% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
  • จ่ายภาษีในเวลาที่กําหนดตามหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 20% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
    จ่ายภาษีหลังพ้นเวลาที่กําหนดในหนังสือแจ้งเตือน คิดเบี้ยปรับ 40% ของจํานวนภาษีค้างชําระ
  • ผู้เสียภาษีที่ไม่ได้ชําระในเวลาที่กําหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของจํานวนภาษีค้างชําระ เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีจนถึงวันที่ได้ชําระ แต่ต้องไม่เกินกว่าจํานวนภาษีที่ต้องจ่าย




ที่มา : https://www.prachachat.net/property/news-1945129 ,
https://smemove.com/blog/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-2569/







-------------------------------------------------------------------------------------

สอบถามเพิ่มเติม

   บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด

   Nakhon Accounting Support

   โทร 063-9782261 , 082-6962896

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้