งบกระแสเงินสดสำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ

Last updated: 13 ก.พ. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

งบกระแสเงินสดสำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ

งบกระแสเงินสด สำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ


งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)

     งบกระแสเงินสด คือ งบที่ใช้บอกที่มาที่ไปของเงินสดว่ากิจการมีกระแสเงินสดเข้าและเงินสดออกจากกิจกรรมอะไรบ้าง และสามารถบอกการเดินทางของเงินสดตลอดช่วงเวลาหนึ่งได้ เช่น หากต้นปีมีเงินเท่านี้ ระหว่างปีมีเงินเข้า-ออกเท่านี้ แล้วเงินปลายปีจะเหลืออยู่ที่เท่าไหร่


งบกระแสเงินสดสำคัญอย่างไร

     งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) เป็นงบการเงินหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่า เงินสดเข้า–ออก ของกิจการในช่วงเวลาหนึ่งเป็นอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และผู้จัดการเข้าใจสถานะการเงินของธุรกิจได้ลึกกว่างบกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว

1. วิเคราะห์สภาพคล่องของธุรกิจ

  • บอกได้ว่าธุรกิจมีเงินสดเพียงพอสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายประจำวันหรือไม่
  • ช่วยป้องกันปัญหา “มีกำไรแต่ขาดเงินสด” ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มละลายได้

2. ประเมินความสามารถในการลงทุนและขยายกิจการ

  • แสดงว่าธุรกิจมีเงินสดเพียงพอที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักร ขยายสาขา หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือไม่

3. ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินสด

     แยกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

  • กิจกรรมดำเนินงาน (Operating Activities) → เงินสดจากการขายสินค้า/บริการ
  • กิจกรรมลงทุน (Investing Activities) → เงินสดจากการซื้อ/ขายสินทรัพย์ถาวร
  • กิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Activities) → เงินสดจากการกู้ยืมหรือเพิ่มทุน

4. ช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ

  • นักลงทุนหรือธนาคารจะดูงบนี้เพื่อประเมินความเสี่ยงการลงทุนหรือการปล่อยกู้
  • ผู้บริหารใช้เพื่อวางแผนจ่ายหนี้ จัดสรรเงินทุน และคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคต

5. ตรวจจับปัญหาเงินสด

  • ถ้างบกำไรสูง แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ เป็นสัญญาณว่าธุรกิจมีปัญหาในการจัดการเงิน


3 กิจกรรมในงบกระแสเงินสด

     เงินสดเข้า-ออก จะแบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ๆ ถ้าอยากทำความเข้าใจงบกระแสเงินสด เราก็ควรเริ่มจากทำความเข้าใจทั้ง 3 กิจกรรมนี้ไปพร้อม ๆ กัน

1. กิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flow from Operating: CFO)

     กิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดรายได้และค่าใช้จ่ายในธุรกิจ ที่มีทั้งการรับ (เป็นเครื่องหมายบวก) และการจ่าย (เครื่องหมายลบ) เช่น

     + เงินสดรับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ 

     – เงินสดจ่ายเพื่อซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าบริการ จ่ายค่าแรงพนักงาน 

     วิธีวัดผลง่าย ๆ ให้สังเกตว่าเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานต้องมีค่าเป็นบวกเสมอ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าธุรกิจหลักของเราสามารถสร้างเงินเข้าได้มากกว่าเงินที่จ่ายออกไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา

2. กิจกรรมการลงทุน (Cash Flow from Investing: CFI)

     กิจกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอย่างที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หรือใช้เงินลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ตัวอย่างเงินสดรับ (เป็นเครื่องหมายบวก) และจ่าย (เครื่องหมายลบ) เช่น

     – เงินสดจ่ายเพื่อลงทุนในธุรกิจย่อย 

     – เงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน โรงงาน

     + เงินสดรับจากการขายธุรกิจย่อย

     + เงินสดรับจากการขายที่ดิน โรงงาน  

     ข้อสังเกตง่าย ๆ กิจกรรมลงทุนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินสดจ่ายก้อนโตที่เกิดขึ้นไม่บ่อย จึงไม่ผิดที่เรามักเห็นเงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุนติดลบเสมอ แต่ถ้าในอนาคตสร้างเงินสดรับเข้ามาในกิจกรรมดำเนินงานมากกว่าที่ลงทุนไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

3. กิจกรรมการจัดหาเงิน (Cash Flow from Financing: CFF)

     กิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดหาเงินของกิจการ โดยปกติแล้วจะมาจาก 2 ทาง คือ การกู้ยืมเงิน และ ผู้ถือหุ้นลงทุนเพิ่ม ตัวอย่างเงินสดรับและจ่าย เช่น

     + เงินสดรับจากการกู้ยืมเงิน

     + เงินสดรับจากการเพิ่มทุน

     – เงินสดจ่ายคืนเงินกู้ 

     กิจกรรมนี้อาจจะมีทั้งกระแสเงินสดรับและจ่ายปะปนกันไป ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดหาเงินและช่วงเวลาจ่ายชำระของแต่ละกิจการ 


สมการงบกระแสเงินสด

เงินสดปลายงวด = เงินสดต้นงวด    +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO)

                                             +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการลงทุน (CFI)

                                             +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF)


ตัวอย่าง งบกระแสเงินสด


     จากตัวอย่างนี้ เป็นงบกระแสเงินสดสำหรับปี 2568 โดยจะบอกถึงกระแสเงินสดเข้า-ออก ตลอดทั้งปีนี้ว่ามาจากที่ใดบ้าง เราจะเห็นว่ากระแสเงินสดถูกแบ่งออกมาแสดงเป็น 3 กิจกรรมหลัก ตามที่ได้อธิบายไป แล้ว ถ้าลองดูในแต่ละกิจกรรมจะมีรายละเอียดปลีกย่อยออกมา ตามนี้

1. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO) = 265,000 บาท 

     ในกิจกรรมดำเนินงาน จะมีเงินสดเป็นบวกสุทธิ ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินจากการขายที่มีมากกว่ารายจ่ายค่าสินค้า ค่าเบี้ยประกัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 

2. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน (CFI) = -100,000 บาท 

     สำหรับกิจกรรมการลงทุน ปีนี้ธุรกิจลงทุนในสาขา 2 และซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มในร้าน จึงทำให้เงินสดในกิจกรรมลงทุนติดลบ คือ จ่ายเงินมากกว่ารับเงินเข้ามา

3. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) = 90,000 บาท 

     กิจกรรมจัดหาเงิน มีกระแสเงินสดเป็นบวก ส่วนใหญ่มาจากการได้รับเงินกู้ 100,000 บาท ในขณะเดียวกันก็มีการจ่ายค่าผ่อนรถ 10,000 บาท 

     ทีนี้เราลองมารวมกระแสเงินสดที่เปลี่ยนแปลงไปสุทธิ และกระทบยอดกับเงินสดต้นงวดกัน



     จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า กิจการมีเงินสดตั้งต้นอยู่ที่ 30,000 บาท และได้เงินสดสุทธิในระหว่างงวด = +265,000-100,000+90,000 = 255,000 จึงทำให้ปลายงวดมีเงินสดสุทธิเหลืออยู่ที่ 285,000 บาท นั่นเอง


งบกระแสเงินสดที่ดีต้องเป็นแบบไหน?






ที่มา :  https://flowaccount.com/blog/cash-flow-statement/







------------------------------------------------------------------------------

สอบถามเพิ่มเติม

   บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอรืท จำกัด

   Nakhon Accounting Support

   โทร 063-9782261 , 082-6962896




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้