Last updated: 13 ก.พ. 2569 | 42 จำนวนผู้เข้าชม |
งบกระแสเงินสด สำคัญยังไงกับการทำธุรกิจ
งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)
งบกระแสเงินสด คือ งบที่ใช้บอกที่มาที่ไปของเงินสดว่ากิจการมีกระแสเงินสดเข้าและเงินสดออกจากกิจกรรมอะไรบ้าง และสามารถบอกการเดินทางของเงินสดตลอดช่วงเวลาหนึ่งได้ เช่น หากต้นปีมีเงินเท่านี้ ระหว่างปีมีเงินเข้า-ออกเท่านี้ แล้วเงินปลายปีจะเหลืออยู่ที่เท่าไหร่
งบกระแสเงินสดสำคัญอย่างไร
งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) เป็นงบการเงินหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่า เงินสดเข้า–ออก ของกิจการในช่วงเวลาหนึ่งเป็นอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และผู้จัดการเข้าใจสถานะการเงินของธุรกิจได้ลึกกว่างบกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว
1. วิเคราะห์สภาพคล่องของธุรกิจ
2. ประเมินความสามารถในการลงทุนและขยายกิจการ
3. ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินสด
แยกเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้
4. ช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ
5. ตรวจจับปัญหาเงินสด
3 กิจกรรมในงบกระแสเงินสด
เงินสดเข้า-ออก จะแบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ๆ ถ้าอยากทำความเข้าใจงบกระแสเงินสด เราก็ควรเริ่มจากทำความเข้าใจทั้ง 3 กิจกรรมนี้ไปพร้อม ๆ กัน
1. กิจกรรมดำเนินงาน (Cash Flow from Operating: CFO)
กิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดรายได้และค่าใช้จ่ายในธุรกิจ ที่มีทั้งการรับ (เป็นเครื่องหมายบวก) และการจ่าย (เครื่องหมายลบ) เช่น
+ เงินสดรับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ
– เงินสดจ่ายเพื่อซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าบริการ จ่ายค่าแรงพนักงาน
วิธีวัดผลง่าย ๆ ให้สังเกตว่าเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานต้องมีค่าเป็นบวกเสมอ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าธุรกิจหลักของเราสามารถสร้างเงินเข้าได้มากกว่าเงินที่จ่ายออกไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา
2. กิจกรรมการลงทุน (Cash Flow from Investing: CFI)
กิจกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอย่างที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หรือใช้เงินลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ตัวอย่างเงินสดรับ (เป็นเครื่องหมายบวก) และจ่าย (เครื่องหมายลบ) เช่น
– เงินสดจ่ายเพื่อลงทุนในธุรกิจย่อย
– เงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน โรงงาน
+ เงินสดรับจากการขายธุรกิจย่อย
+ เงินสดรับจากการขายที่ดิน โรงงาน
ข้อสังเกตง่าย ๆ กิจกรรมลงทุนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินสดจ่ายก้อนโตที่เกิดขึ้นไม่บ่อย จึงไม่ผิดที่เรามักเห็นเงินสดสุทธิในกิจกรรมลงทุนติดลบเสมอ แต่ถ้าในอนาคตสร้างเงินสดรับเข้ามาในกิจกรรมดำเนินงานมากกว่าที่ลงทุนไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
3. กิจกรรมการจัดหาเงิน (Cash Flow from Financing: CFF)
กิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดหาเงินของกิจการ โดยปกติแล้วจะมาจาก 2 ทาง คือ การกู้ยืมเงิน และ ผู้ถือหุ้นลงทุนเพิ่ม ตัวอย่างเงินสดรับและจ่าย เช่น
+ เงินสดรับจากการกู้ยืมเงิน
+ เงินสดรับจากการเพิ่มทุน
– เงินสดจ่ายคืนเงินกู้
กิจกรรมนี้อาจจะมีทั้งกระแสเงินสดรับและจ่ายปะปนกันไป ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดหาเงินและช่วงเวลาจ่ายชำระของแต่ละกิจการ
สมการงบกระแสเงินสด
เงินสดปลายงวด = เงินสดต้นงวด +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO) +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการลงทุน (CFI) +- เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) |
ตัวอย่าง งบกระแสเงินสด


จากตัวอย่างนี้ เป็นงบกระแสเงินสดสำหรับปี 2568 โดยจะบอกถึงกระแสเงินสดเข้า-ออก ตลอดทั้งปีนี้ว่ามาจากที่ใดบ้าง เราจะเห็นว่ากระแสเงินสดถูกแบ่งออกมาแสดงเป็น 3 กิจกรรมหลัก ตามที่ได้อธิบายไป แล้ว ถ้าลองดูในแต่ละกิจกรรมจะมีรายละเอียดปลีกย่อยออกมา ตามนี้
1. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO) = 265,000 บาท
ในกิจกรรมดำเนินงาน จะมีเงินสดเป็นบวกสุทธิ ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินจากการขายที่มีมากกว่ารายจ่ายค่าสินค้า ค่าเบี้ยประกัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
2. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน (CFI) = -100,000 บาท
สำหรับกิจกรรมการลงทุน ปีนี้ธุรกิจลงทุนในสาขา 2 และซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มในร้าน จึงทำให้เงินสดในกิจกรรมลงทุนติดลบ คือ จ่ายเงินมากกว่ารับเงินเข้ามา
3. เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) = 90,000 บาท
กิจกรรมจัดหาเงิน มีกระแสเงินสดเป็นบวก ส่วนใหญ่มาจากการได้รับเงินกู้ 100,000 บาท ในขณะเดียวกันก็มีการจ่ายค่าผ่อนรถ 10,000 บาท
ทีนี้เราลองมารวมกระแสเงินสดที่เปลี่ยนแปลงไปสุทธิ และกระทบยอดกับเงินสดต้นงวดกัน

จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า กิจการมีเงินสดตั้งต้นอยู่ที่ 30,000 บาท และได้เงินสดสุทธิในระหว่างงวด = +265,000-100,000+90,000 = 255,000 จึงทำให้ปลายงวดมีเงินสดสุทธิเหลืออยู่ที่ 285,000 บาท นั่นเอง
งบกระแสเงินสดที่ดีต้องเป็นแบบไหน?

ที่มา : https://flowaccount.com/blog/cash-flow-statement/
------------------------------------------------------------------------------
สอบถามเพิ่มเติม
บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอรืท จำกัด
Nakhon Accounting Support
โทร 063-9782261 , 082-6962896
10 ก.พ. 2569
31 ม.ค. 2569
9 ก.พ. 2569