ต้องทำอย่างไร หากเอกสารบัญชีหายหรือเสียหาย

Last updated: 2020-01-07  |  486 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ต้องทำอย่างไร หากเอกสารบัญชีหายหรือเสียหาย

ต้องทำอย่างไร หากเอกสารบัญชีหายหรือเสียหาย

     เอกสารบัญชีถือเป็นเอกสารสำคัญทางธุรกิจ เพราะนอกจากจะเป็นตัวแสดงสถานะภาพทางการเงินของธุรกิจแล้ว ยังเป็นเอกสารสำคัญที่กฏหมายใช้ตรวจสอบสถานะภาพของกิจการนั้นๆ ซึ่งกฏหมายได้ระบุไว้ว่าผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ต้องไม่เกิน 7 ปี โดยเก็บไว้สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ ที่ทำงานประจำตามที่ได้แจ้งกับกรมพัฒนาธุกิจการค้าไว้

     อย่างไรก็ตามอาจมีหลายสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วม ทำให้เอกสารทางบัญชีเสียหายหรือสูญหาย ดังนั้นในบทความนี้จะรวบรวมลำดับขั้นตอนที่ต้องทำ หากเอกสารทางบัญชีเสียหายหรือสูญหาย เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้องหากเกิดกรณีดังกล่าว

ขั้นตอนในการดำเนินการ หากเอกสารบัญชีเสียหายหรือสูญหาย

     1. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีทำการสำรวจและจดบันทึกว่าเอกสารบัญชีที่สูญหายปีและเดือนใด พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน(กรณีเอกสารเสียหาย)
     2. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน เนื่องเอกสารบัญชีเป็นเอกสารสำคัญของกิจการ
     3. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องแจ้งกับสารวัตรบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสรรพากรพื้นที่ให้ทราบภายใน 15 วัน โดยสารวัตรบัญชีจะทำหน้าที่บันทึกและตรวจสอบหลักฐานการสูญหาย ในกรณีที่เอกสารทางบัญชีมีการเคลื่อนย้ายและไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุกิจการค้า ซึ่งสารวัตบัญชีอาจตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่าผู้จัดทำบัญชีมีเจตนาทำให้เอกสารเสียหาย บิดเบือนหรือทำให้สูญหาย
     4. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เตรียมเอกสารสำคัญประกอบการยื่นแจ้งเอกสารบัญชีสูญหาย/เสียหาย ดังนี้

     - ดาวน์โหลดแบบแจ้งบัญชีสูญหายที่เว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมกรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง
     - เตรียมสำเนาทะเบียนพาณิชย์กรณีประกอบธุรกิจในรูปแบบกิจการคนเดียว หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกรณีจดทะเบียนในรูปนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

     5. เตรียมหลักฐานที่แสดงว่ามีการสูญหาย/เสียหายจริง เช่น ภาพถ่ายของสถานที่เหตุประกอบกิจการในกรณีเอกสารบัญชีเสียหาย  แต่หากเอกสารบัญชีไม่ได้ถูกเก็บไว้ที่สถานประกอบการ ผู้จัดทำบัญชีต้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้กับสารวัตรบัญชีเพื่อแก้ข้อกล่าวหาเจตนาทำให้เอกสารเสียหาย บิดเบือนหรือทำให้สูญหาย มิฉะนั้นผู้จัดทำบัญชีจะมีความผิดทางกฏหมาย
     6. กรณีจัดตั้งในรูปแบบห้างหุ้นส่วน ต้องเตรียมหนังสือมอบอำนาจลงลายมือประทับของทุกหุ้นส่วนพร้อมประทับตราสำคัญ (ถ้ามี)
     7.  การยื่นแบบแจ้งเอกสารบัญชีสูญหาย/เสียหาย

     - กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ที่กรุงเทพ ให้ยื่นแบบที่สำนักกำกับดูแลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
     - กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ต่างจังหวัด ให้ยื่นแบบที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าของจังหวัดนั้นๆ

     8. เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้ยื่นแบบแจ้งบัญชีสูญหายพร้อมเอกสารต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะรับคำขอพร้อมทำการตรวจสอบแบบแจ้งและทำการลงทะเบียนรับคำขอ จากนั้นสารวัตiบัญชีจะทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆเพื่อยืนยันว่าบัญชีได้สูญหายหรือเสียหายจริง จากนั้นจะพิจารณาการรับแจ้งซึ่งหากเห็นชอบว่าเอกสารมีการเสียหายหรือสูญหายจริง เจ้าหน้าที่จะจัดส่งแบบแจ้งนี้ให้กับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เพื่อเก็บเป็นหลักฐานและนำไปยื่นต่อกรมสรรพากรต่อไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ในการดำเนินการในขั้นตอนนี้

     ซึ่งทั้งหมดนี้คือการสรุปขั้นตอนสำหรับการดำเนินการหากเอกสารบัญชีหายหรือสูญหาย อย่างไรก็ตามกิจการอาจจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในเอกสารบัญชีเหล่านั้น ซึ่งสามารถขอสำเนาซื้อและสำเนาขายจากคู่ค้าของกิจการเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลทดแทนได้

เอกสารที่ต้อง ใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย

     1. แบบแจ้งบัญชีสูญหายฯ (ส.บช.2) จำนวน 2 ชุด (ดาวน์โหลดแบบพิมพ์) กรณีสำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ หรือ จำนวน 3 ชุด กรณีสำนักแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด
     2. สำเนาหลักฐานของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ดังนี้

     - สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กรณีเป็นนิติบุคคล หรือ
     - สำเนาทะเบียนพาณิชย์ กรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย หรือ บุคคลธรรมดา หรือ
     - สำเนาการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร กรณีเป็นกิจการร่วมค้า

     3. ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ กรณีบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีเสียหาย
     4. หลักฐานที่แสดงได้ว่ามีการสูญหาย/เสียหายจริง
     5. หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรครบถ้วนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ กรณีที่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลมอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทน

     หมายเหตุ สำเนาเอกสารประกอบคำขออนุญาตทุกฉบับจะต้องลงลายมือชื่อ รับรองสำเนาโดยผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลพร้อมประทับตราสำคัญ (ถ้ามี) หรือ โดยผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี

ขั้นตอนและแนวทางการพิจารณางานการอนุญาตและรับแจ้ง ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543

การแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายสูญหายหรือเสียหาย พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 15 กำหนดว่า ถ้าบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

     1. การรับแบบแจ้งฯ ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ประสงค์จะแจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายยื่น แบบ ส.บช. 2 พร้อมด้วยหลักฐานเอกสารตามที่ระบุไว้ใน แบบ ส.บช. 2 โดยยื่นต่อสารวัตรบัญชีประจำสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ ณ สำนักงานบัญชีประจำท้องที่ที่มีเขตอำนาจในจังหวัดที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ หรือยื่นต่อสารวัตรใหญ่บัญชี สำนักงานกลางบัญชี ณ สำนักกำกับดูแลธุรกิจ กรมทะเบียนการค้า ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น ซึ่งในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะรับคำขอพร้อมอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานและข้อบกพร่อง (ถ้ามี) โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
     2. ตรวจแบบแจ้งฯ และเอกสารประกอบ เจ้าหน้าที่จะตรวจแบบแจ้งบัญชีและเอกสารสูญหายหรือเสียหาย รวมทั้งตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาว่าบัญชีและเอกสารสูญหายหรือเสียหายจริง และผู้ขอมีเจตนาแจ้งข้อความเป็นเท็จต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี หรือไม่ โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 วัน
     3. ลงทะเบียนรับคำขอ เจ้าหน้าที่จะส่งลงทะเบียนรับคำขอ โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1/2 วัน
     4. การพิจารณารับแจ้ง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายการทางทะเบียน และหลักฐานเพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาพร้อมทั้งสรุปข้อเท็จจริงนำเสนอสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนรับแจ้ง และ/หรือบันทึกส่ง สกค. ดำเนินคดี กรณีไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดพร้อมจัดทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 วัน
     5. จัดส่งหนังสือแจ้งผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะจัดส่งแบบแจ้งให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีจัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน จัดส่งหนังสือแจ้งสรรพากร และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทราบ กรณีเป็นธุรกิจในส่วนภูมิภาค และ/หรือสำนักกฎหมายและคดี พิจารณาดำเนินคดี หากอยู่ในหลักเกณฑ์ดำเนินคดี โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 วัน

Powered by MakeWebEasy.com