ธุรกิจ SME คืออะไร และส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร?

Last updated: 15 ธ.ค. 2568  |  520 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ธุรกิจ SME คืออะไร และส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร?

ทำความรู้จักกับธุรกิจ SME


     SME คือ รากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ทั้งในรูปแบบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระจายรายได้และสร้างอาชีพให้กับประชากรจำนวนมาก แต่ท่ามกลางโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน การปรับตัวและนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่สามารถก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน

     SME ย่อมาจาก Small and Medium Enterprises ซึ่ง SME คือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครอบคลุมโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานในรูปแบบบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไปจนถึงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่าง ‘บริษัทจำกัด’ 


 

     โดยปัจจุบันธุรกิจ SME มีอยู่ในทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคการผลิตสินค้า ภาคการค้าปลีก-ค้าส่ง และภาคการบริการ โดยไม่ได้ยึดติดกับการมีหน้าร้านแบบถาวรเพียงอย่างเดียว แต่สามารถขยายตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไร้พรมแดน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งในและต่างประเทศ 


SME ในประเทศไทย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ? 

     เพื่อให้การสนับสนุนจากภาครัฐและการจัดเก็บข้อมูลทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีระบบ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงได้แบ่งประเภทของ SME ออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้า (Trading)

     ธุรกิจประเภทนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งต่อสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ครอบคลุมทั้งการค้าส่ง (Wholesale) และการค้าปลีก (Retail) ตัวอย่างเช่นธุรกิจ E-Commerce, ร้านขายของชำ, ร้านขายวัสดุก่อสร้าง หรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ซึ่งหัวใจสำคัญของกลุ่มนี้คือการบริหารจัดการสต็อกและการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

2. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต (Production)

     SME กลุ่มนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบอุตสาหกรรม ครอบคลุมกระบวนการแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นสินค้าสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การแปรรูปสินค้าเกษตร หรือโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ฯลฯ ซึ่งเกณฑ์การวัดขนาดของธุรกิจกลุ่มนี้จะพิจารณาจากการจ้างงานและมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรเป็นหลัก

3. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการ (Service)

     ธุรกิจบริการเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ครอบคลุมกิจการที่เน้นการขายทักษะ แรงงาน หรือความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร ธุรกิจสปา ร้านเสริมสวย อู่ซ่อมรถ ร้านตัดผม ฯลฯรวมถึงธุรกิจที่เป็น Agency ซึ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ



ธุรกิจ SME สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยอย่างไร ? 

     SME คือ รากฐานสำคัญของระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสร้างผลกำไรในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการสร้างความสมดุลให้กับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ โดยมีบทบาทสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

1. เป็นกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

     เพราะธุรกิจ SME กระจายตัวอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงช่วยสร้างงานและอาชีพให้กับคนในพื้นที่ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน และช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ 

2. ขยายฐานการผลิตให้ธุรกิจใหญ่ (Supply Chain)

     โดย SME หลายแห่งทำหน้าที่ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ช่วยให้เราสามารถพึ่งพาการผลิตภายในประเทศได้มากขึ้น และลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

3. เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม

     ด้วยขนาดธุรกิจที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้ SME เป็นธุรกิจที่มีความคล่องตัวสูง กล้าที่จะลองผิดลองถูกและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้เองที่เป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดียิ่งขึ้น



ข้อดีของธุรกิจ SME มีอะไรบ้าง?

     แม้ว่า SME จะมีทรัพยากรที่จำกัดกว่าองค์กรขนาดใหญ่ แต่ก็มี "จุดแข็งเฉพาะตัว" ที่เป็นแต้มต่อสำคัญในสนามธุรกิจ โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัวและความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งข้อดีที่โดดเด่นของธุรกิจ SME มีดังนี้

  • มีความคล่องตัวสูง : ด้วยโครงสร้างองค์กรที่ไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤตหรือเทรนด์เปลี่ยน โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติหลายระดับเหมือนองค์กรใหญ่
  • เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มได้ดี : SME สามารถผลิตสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางที่ตลาดขนาดใหญ่มองข้ามไปได้ ทำให้มีคู่แข่งน้อยรายและสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นได้ง่าย
  • ต้นทุนการดำเนินงานต่ำ : ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูงและมีค่าใช้จ่ายคงที่น้อยกว่า ทำให้มีความเสี่ยงทางการเงินต่ำกว่าและสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ยืดหยุ่นกว่าในช่วงเริ่มต้น
  • เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้ง : การมีระยะห่างระหว่างเจ้าของธุรกิจกับลูกค้าน้อยมาก ทำให้ SME สามารถรับฟัง Feedback และดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สร้างความประทับใจและความสัมพันธ์ระยะยาวได้ดีกว่า






ที่มา : https://flowaccount.com/blog/what-is-sme-business/






--------------------------------------------------------------------------------------

สอบถามเพิ่มเติม

   บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด

   Nakhon Accounting Support

   โทร 063-9782261 , 082-6962896

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้