Last updated: 27 ส.ค. 2569 | 30 จำนวนผู้เข้าชม |
ผู้ประกอบการที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 จะได้รับ VAT คืนเร็วขึ้น!!
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กรมสรรพากรเปิดมาตรการสิทธิประโยชน์ใหม่ ช่วยเร่งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้ประกอบการส่งออกโดยเฉพาะ โดยกรมสรรพากรจะแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งจะได้รับสิทธิความเร็วในการคืนเงินภาษีที่แตกต่างกันดังนี้
1. ผู้ประกอบการส่งออกที่ดี
คุณสมบัติของผู้ประกอบการส่งออกที่ขอรับการจัดระดับให้เป็นผู้ประกอบการส่งออกที่ดี
1.1 กรณีเป็นผู้ประกอบการส่งออกทั่วไป
(7) เป็นสมาชิกของสมาคมหรือองค์กรภาคเอกชน (ในทางการค้า) เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ฯลฯ และสมาคมหรือองค์กรดังกล่าวรับรองฐานะการเงินว่ามีความมั่นคงและเชื่อถือได้
1.2 กรณีเป็นผู้ส่งของออกระดับบัตรทองของกรมศุลกากร
(3) มีการส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศในอัตราส่วนตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ของยอดขายรวม สำหรับระยะเวลา 12 เดือน ก่อนขอรับการจัดระดับ และได้นำเงินตราต่างประเทศ จากการนั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือมีหลักฐานการหักกลบลบหนี้
นอกจากคุณสมบัติดังกล่าว ผู้ประกอบการส่งออกอาจมีคุณสมบัติเพิ่มเติมซึ่งเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเป็นผู้ประกอบการส่งออกที่ดี คือ
4. คุณสมบัติอื่นๆ ในทำนองเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้น
กรณีที่คุณสมบัติไม่ครบถ้วน แต่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการพิจารณาจัดระดับผู้ประกอบการส่งออกที่ดี อาจพิจารณายกเว้นคุณสมบัติดังกล่าวให้ได้
เงื่อนไขการเป็นผู้ประกอบการส่งออกที่ดี
3.1 ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยการนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามวิธีปฏิบัติในการขอให้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร แนบท้ายคำสั่งนี้
3.2 กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ต้องได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน
3.3 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่รับรองงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นคำขอต้องได้รับการแต่งตั้งจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้แจ้งชื่อ เลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมทั้งชื่อสำนักงานผู้สอบบัญชี และให้แจ้งชื่อผู้ทำบัญชีพร้อมทั้งสำนักงานบัญชีด้วย

2. ผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียน
คุณสมบัติของผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน
ผู้ประกอบการส่งออก ที่จะได้รับการจัดให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
1.2 มีการประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และมีการส่งสินค้าไปขายยังต่างประเทศโดยสม่ำเสมอตามสภาพธุรกิจในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของยอดขายรวม สำหรับระยะเวลา 12 เดือน ก่อนยื่นคำขอฯ และได้นำเงินตราต่างประเทศจากการขายนั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือมีหลักฐานการหักกลบลบหนี้
1.3 มีความมั่นคง ต่อเนื่อง น่าเชื่อถือในการประกอบกิจการ และมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน ฯลฯ
1.4 มีทรัพย์สินสุทธิมากกว่าหนี้สินสุทธิ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีสุดท้ายก่อนยื่นคำขอฯ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
1.5 มีประวัติการเสียภาษีที่ดี มีการเสียภาษีสอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของกิจการ ไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี
1.6 เป็นสมาชิกของสมาคมหรือองค์กรภาคเอกชน (ในทางการค้า) เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด ฯลฯ และได้รับการรับรองฐานะการเงินว่ามีความมั่นคงและเชื่อถือได้จากสมาคมหรือองค์กรดังกล่าว
นอกจากคุณสมบัติดังกล่าว ผู้ประกอบการส่งออกอาจมีระบบการจัดการและระบบ การควบคุมภายในที่ดี เช่น มีระบบการตรวจสอบภายใน การจัดทำประมาณการแผนการส่งออก มีงบการเงินเป็นรายเดือน หรือรายไตรมาส เป็นต้น เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติม เพื่อเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนกรณีที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน แต่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการพิจารณาจัดให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน อาจพิจารณายกเว้นคุณสมบัติดังกล่าวให้ได้
เงื่อนไขการเป็นผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียนที่ดี
ผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
2.1 ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยการนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ตามวิธีปฎิบัติในการขอให้นำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารแนบท้ายคำสั่งนี้
2.2 กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ต้องได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน
2.3 กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นคำขอ ต้องได้รับการแต่งตั้งจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากรโดยให้แจ้งชื่อ เลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมทั้งชื่อสำนักงานผู้สอบบัญชี และให้แจ้งชื่อผู้ทำบัญชี พร้อมทั้งสำนักงานบัญชีด้วย

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการส่งออกที่ดีจะได้รับ
1. ระยะเวลาการได้รับคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม
ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกรมสรรพากรอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการส่งออกที่ดีในกรณีที่มีหลักฐานหรือข้อมูลชัดแจ้งว่า ผู้ประกอบการส่งออกที่ดียื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่ถูกต้อง และเห็นสมควรตรวจก่อนคืน กรมสรรพากรจะแจ้งเหตุที่ไม่สามารถคืนภาษีภายในเวลาที่กำหนดให้ผู้ประกอบการส่งออกที่ดีทราบ
2. ได้รับบริการที่ดีและการอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ รวมทั้งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นจากกรมสรรพากร
สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียนจะได้รับ
ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ดังนี้
ในกรณีที่มีหลักฐานหรือข้อมูลชัดแจ้งว่าผู้ส่งออกขึ้นทะเบียน ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ไม่ถูกต้อง และเห็นสมควรตรวจก่อนคืน กรมสรรพากรจะแจ้งเหตุที่ไม่สามารถคืนภาษีภายในเวลาที่กำหนดให้ผู้ส่งออกขึ้นทะเบียนทราบ

ที่มา : https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2026/08/INFO_benifit.pdf,
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/morkor/testaaa/2568/t766.pdf
----------------------------
ติดต่อสอบถาม:
| บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด | Nakhon Accounting Support | โทร 063-9782261 |
| บริษัท อุดร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด | Udon Accounting Support | โทร 082-6962896 |
| บริษัท บึงกาฬ แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด | Bueng Kan Accounting Support | โทร 094-1067829 |