รวมทุกเรื่องภาษีนำเข้า พร้อมวิธีลดต้นทุนที่คนทำธุรกิจต้องรู้

Last updated: 30 มิ.ย. 2569  |  106 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รวมทุกเรื่องภาษีนำเข้า พร้อมวิธีลดต้นทุนที่คนทำธุรกิจต้องรู้

รวมทุกเรื่อง "ภาษีนำเข้า" พร้อมวิธีลดต้นทุนที่คนทำธุรกิจต้องรู้

 

     การนำสินค้าเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเข้าในปริมาณมาก สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอย่างแรกคือ “ภาษีนำเข้า” ที่ต้องคำนวณให้ดี เช็กอัตราภาษีนำเข้าให้ละเอียด เพื่อนำไปสู่การกำหนดราคาสินค้าหรือบริการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะธุรกิจที่นิยมใช้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่จะต้องชำระภาษีนำเข้าตามอัตราที่กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้

 

ภาษีนำเข้า คืออะไร?

     ภาษีนำเข้า (Import Tax) คือ ภาษีและค่าธรรมเนียมที่รัฐบาลเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อช่วยควบคุมปริมาณสินค้า ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศและสร้างรายได้ให้แก่รัฐ

 

ในการจัดเก็บภาษีนำเข้าจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักอยู่ 3 หน่วยงาน ดังนี้

 

 

 

ทำไมภาษีนำเข้าถึงสำคัญ?

     สำหรับธุรกิจที่นำเข้าสินค้า ภาษีนำเข้าคือต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีผลต่อราคาขาย กำไร และความสามารถในการแข่งขัน หากไม่รู้หรือคำนวณผิดก็อาจทำให้ธุรกิจเกิดผลเสียหลายด้านได้ เช่น

  • ตั้งราคาขายต่ำกว่าต้นทุนจริง 
  • วางแผนเงินสดผิดพลาด เพราะไม่ได้เตรียมเงินค่าภาษีไว้ล่วงหน้า
  • อาจโดนปรับหรือดำเนินคดีหากสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง

 

เมื่อนำเข้าสินค้า ต้องจ่ายภาษีอะไรบ้าง?

     ภาษีนำเข้าในไทยประกอบด้วยหลายรายการ ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าที่นำเข้ามา โดยแบ่งได้หลัก ๆ ดังนี้

1. อากรขาเข้า (Import Duty)

    ภาษีที่ต้องชำระเป็นอย่างแรกเมื่อนำสินค้าเข้าไทยก็คือ “อากรขาเข้า” โดนเป็นภาษีนำเข้าที่ทางกรมศุลกากรเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งการคำนวณจะใช้มูลค่าสินค้าทั้งหมด รวมค่าประกัน และค่าขนส่ง หรือ CIF (Cost, Insurance, Freight) แล้วนำมาคูณกับอัตราภาษีตามประเภทของสินค้า โดยสินค้าแต่ละชนิดก็จะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน เช่น

  • กระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าถือ ฯลฯ 20%
  • นาฬิกา แว่นตา แว่นกันแดด 5%
  • เสื้อผ้า รองเท้า เข็มขัด เครื่องสำอาง น้ำหอม 30%
  • รถยนต์ (สันดาป) 80%
  • อะไหล่รถยนต์ 30%
  • อาหารเสริม 5 – 30%
  • เครื่องจักร 0 – 10%

 

 

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT: Value Added Tax)

     ลำดับต่อมาที่ต้องชำระเมื่อนำสินค้าเข้าไทยก็คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT โดยปัจจุบันอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจะอยู่ที่ 7% วิธีคิดคือจะต้องนำมูลค่าของสินค้าแบบ CIF ที่รวมทุกอย่างแล้วเอาไปคูณกับ 7% เพื่อให้ได้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระเมื่อนำสินเค้าเข้าไทย

 

 

3. ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax)

     สำหรับสินค้าบางประเภทที่นำเข้าไทย ที่ต้องเสียภาษีสรรพามิตรนั้น คือกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุรา น้ำมัน บุหรี่ เรียกง่าย ๆ ก็คือกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยการคำนวณอัตราภาษีจะใช้รูปแบบ “ราคาขายปลีกแนะนำ” หรือก็คือราคาที่ผู้นำเข้ากำหนดให้ผู้ขายปลีกจำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งราคาขายปลีกแนะนำจะพิจารณาจากต้นทุนการผลิต ค่าบริหารจัดการ และกำไรมาตรฐาน โดยต้องไม่ต่ำกว่าราคาขายต่อผู้บริโภคทั่วไปรายสุดท้ายในตลาดปกติ

 

 

4. ภาษีเพื่อมหาดไทย (Interior Tax)

     เป็นภาษีอีกชนิดหนึ่งที่กำหนดโดยกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ที่ต้องเสียภาษีเพื่อมหาดไทยนั้น จะต้องมีการเสียภาษีสรรพสามิตมาก่อนแล้ว โดยภาษีมหาดไทยจะคิดอยู่ที่ 10% ของภาษีสรรพสามิต

 

 

อัตราภาษีนำเข้า คิดจากอะไรบ้าง?

     อัตราอากรขาเข้าของสินค้าแต่ละชนิดกำหนดโดย HS Code (Harmonized System Code) ซึ่งเป็นระบบจำแนกประเภทสินค้าสากล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่กำหนดอัตราจริงที่ต้องจ่าย ดังนี้

  • HS Code ของสินค้า : กำหนดอัตราอากรพื้นฐาน
  • ประเทศต้นทาง : สินค้าจากประเทศที่ไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) เช่น อาเซียน จีน ญี่ปุ่น อาจได้อัตราภาษีพิเศษต่ำกว่าหรือเป็น 0%
  • เงื่อนไขการใช้สิทธิ FTA: ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form ต่าง ๆ) ที่ถูกต้อง

 

HS Code คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญกับภาษีนำเข้า

     HS Code (Harmonized System Code) คือ รหัสตัวเลข 8-12 หลัก ที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าสำหรับการนำเข้า-ส่งออกทั่วโลก อัตราอากรขาเข้าของสินค้าแต่ละชนิดจะถูกกำหนดจาก HS Code โดยตรง

     การระบุ HS Code ผิดจะทำให้มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าโดยตรง เพราะอาจทำให้เสียภาษีน้อยกว่าหรือมากกว่าที่ควร ซึ่งกรมศุลกากรมีสิทธิ์ตรวจสอบย้อนหลังได้

 

เอกสารที่ต้องใช้ในการเสียภาษีนำเข้า

     เอกสารที่ต้องเตรียมในการเสียภาษีนำเข้า ได้แก่

  • Invoice (ใบกำกับสินค้าจากผู้ขาย) แสดงราคาและรายละเอียดสินค้า
  • Packing List (ใบรายการบรรจุหีบห่อ) แสดงน้ำหนักและจำนวน
  • Bill of Lading หรือ Airway Bill เอกสารการขนส่ง
  • Insurance Certificate กรมธรรม์ประกันภัยสินค้า
  • Certificate of Origin (Form ต่างๆ) กรณีต้องการใช้สิทธิ FTA
  • License หรือใบอนุญาตนำเข้า สำหรับสินค้าควบคุมบางประเภท

 

 

เทคนิควางแผนภาษีนำเข้า เพื่อลดต้นทุนธุรกิจ

     การวางแผนภาษีนำเข้าอย่างถูกกฎหมายจะช่วยให้ต้นทุนลดลงได้จริง โดยไม่ต้องทำผิดกฎหมาย ซึ่งเทคนิคที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีดังนี้

  • ใช้สิทธิ FTA: ตรวจสอบว่าสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่ไทยมีข้อตกลงการค้าเสรีหรือไม่ เช่น AFTA (อาเซียน), JTEPA (ญี่ปุ่น), TAFTA (ออสเตรเลีย) ซึ่งอาจลดอัตราอากรได้มากจนถึง 0%
  • Bonded Warehouse: นำสินค้าเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บน ชำระภาษีเฉพาะส่วนที่นำออกขาย ช่วยบริหารกระแสเงินสดได้ดี
  • Manufacturing Bonded Warehouse (คลัง 19 ทวิ): สำหรับธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ
  • ตรวจสอบ HS Code ให้ถูกต้อง: บางสินค้าอาจถูกจัดอยู่ใน HS Code ที่มีอัตราอากรต่ำกว่าโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่าลืมปรึกษาตัวแทนออกของ (Customs Broker) เสียก่อน
  • ขอคืนอากร: ธุรกิจที่นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตแล้วส่งออก สามารถขอคืนอากรขาเข้าในภายหลังได้

 

 

หากหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า จะโดนปรับไหม?

     โทษสำหรับการหลีกเลี่ยงหรือฉ้อฉลภาษีนำเข้านั้นรุนแรงมาก เพราะถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร โดยจะมีโทษปรับดังนี้

  • ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า รวมอากร กรณีสำแดงราคาต่ำหรือสำแดงชนิดสินค้าเท็จ
  • ริบสินค้า กรณีความผิดร้ายแรง
  • โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี สำหรับความผิดฐานลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี

     ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ การวางแผนภาษีให้ถูกกฎหมายตั้งแต่ต้น แต่หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสำนักงานบัญชีที่มีคุณภาพก็จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น 

 

 

 

 

ที่มา: 

https://flowaccount.com/blog/import-duty-guide-for-businesses/
https://www.customs.go.th/data_files/8342f73dce85665090d55bb44eb9a0e4.pdf

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สอบถามเพิ่มเติม

  บริษัท นคร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด  Nakhon Accounting Support
  โทร 063-9782261
  บริษัท อุดร แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด  Udon Accounting Support
  โทร 082-6962896
  บริษัท บึงกาฬ แอคเค้าน์ติ้ง ซัพพอร์ท จำกัด  Bueng Kan Accounting Support
  โทร 094-1067829 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้